iphone
** คำเตือน ** ยังไม่ได้ลองเอง แค่เก็บข้อมูลเตรียมไว้เฉยๆ
อ่านเจอว่า iPhone 3Gs baseband 06.15.00 ที่มีอาการ GPS ใช้ไม่ได้หลังจาก JailBreak (ซึ่งเป็นเรื่องปกติ) จะแก้ได้โดยใช้ redsn0w 0.9.9b6 มา jailbreak ทับไปอีกที โดยไม่ต้อง restore ใหม่ http://www.iphonemod.net/redsn0w-0-9-9b6-fix-gps-issue.html
เลยไปหาข้อมูลการ upgrade มา สรุปแล้วมี 2 ขั้นตอน ตามลำดับ (ห้ามข้ามขั้น)
1) Upgrade ไป iOS 5.0.1 โดยใช้ custom firmware เท่านั้น
เพื่อป้องกันไม่ให้ baseband เปลี่ยนไปอีกหลังการ upgrade iOS
http://www.iclarified.com/entry/index.php?enid=17344
2) Untethered JailBreak iOS 5.0.1
http://www.iclarified.com/entry/index.php?enid=18994
(จบ)
link อื่นๆที่น่าสนใจ
http://www.smart-mobile.com/forum/viewtopic.php?f=88&t=223025
http://www.smart-mobile.com/forum/viewtopic.php?f=88&t=220927
เพิ่มเติม ข้อมูลตัวเอง จดไว้ใช้คราวหน้า
คราวนี้ upgrade จาก 3gs, FW 4.3.3, BB 6.15.0, USA LOCKED -> FW 5.0.1, BB 6.15.0
งานนี้ใช้ redsn0w_mac_0.9.10b4
กับ iPhone2,1_5.0.1_9A405_Restore.ipsw
- การสร้าง custom firmware : เครื่องน่าจะเป็น 3gs new model (new bootrom)
เพราะ restore ด้วย custom firmware สำหรับ old bootroom แล้วไม่ผ่าน คือ ติดอยู่ใน recovery mode
kick ไม่ออกแม้ว่าจะลองใช้ทั้ง tiny umbrella, Fix recovery - การ restore ด้วย itunes : host file ต้องไม่มีบรรทัดที่เป็น apple.com อยู่ ก่อนทำการ restore (ลบออกไปเลย)
สำหรับ mac แล้ว host file จะอยู่ที่ /private/etc/host เข้าไปหา file นี้โดย Finder -> Go -> Go to folder -> "/private/etc" ใน file เข้าไป copy ออกมา edit ที่ folder อื่นแล้วค่อย copy กลับไป - error 1600 : แก้ด้วยการลบบรรทัดที่มี apple.com ออกจาก host file แล้ว restore ใหม่
link ที่มีประโยชน์
- Jailbreak QA : wiki เรื่องการ jailbreak ข้อมูลค่อนข้างเป็นระเบียบและถูกต้องดี
- iTunes errors that could appear during a restore or a USB connection via iTunes : ดูความหมายของ error code จากการ restore ได้ที่นี่
เนื่องด้วย iPhone 3GS ที่ใช้อยู่มีอาการ
- แบตเตอรี่เสื่อม คือ ใช้ธรรมดาไม่ค่อยจะรอดจนหมดวัน ยิ่งถ้าเล่น net หรือเกมส์ก็ 1-2 ชั่วโมงก็จอดทันที ทำให้เป็นปัญหากวนใจเมื่อเวลาออกมาข้างนอกแล้วไม่สะดวกชาร์จไฟ เลยตัวสินใจว่าจะเปลี่ยนซะ เพื่อยืดอายุการใช้งาน iPhone ไปอีกจนกว่าจะมีเงินพอซื้อเครื่องใหม่ (ณ ขณะที่เขียน iPhone 4S ออกมาแล้วแต่ยังไม่เข้าไทย ในใจอยากจะใช้ไปจนกว่า iPhone 5 ออก แล้วค่อยว่ากันอีกที)
- speaker ไม่ทำงาน ไม่มีเสียงจาก app (แต่เสียงโทรเข้ายังดังนะ งงดี) คาดว่าคงมาอะไรช๊อตพังไปตอนที่ทำน้ำกระเด็นใส่ เลยว่าจะเปลี่ยนด้วย
หาข้อมูลแล้วพบบล๊อกหมอตงพูดถึงเรื่องไปเลี่ยนแบต iPhone 3GS มาที่มาบุญครอง ราคา 1000-1500 บาท ก็เลยหาข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าจริงๆแล้วเปลี่ยนเองได้ ไม่แพง และไม่ยากจนเกินไป ทั้งแบตเตอรี่และ dock port เลย ดังนี้
- แบตเตอรี่ : สั่งจาก ebay รวมค่าส่งแล้ว ราคาเพียง 3.93 USD (120 บาท) (หาใน ebay ด้วยชื่อ Replacement Battery 1600 mAh for Apple iPhone 3Gs Tools) ซึ่งราคานี้แถมไขแม่เหล็กควงหัวแฉกพร้อมอุปกรณ์ที่แงะเปิดเครื่องมาด้วย (คุ้มจริงๆ) ความยากปานกลางถึงสูง คู่มือที่ใช้คือ คู่มือการเปลี่ยนแบตเตอรี่ iPhone 3GS ที่ iFixit
- dock set : สั่งจาก ebay เช่นกัน ราคารวมค่าส่ง 5.99 USD (ประมาณ 180 บาท) (หาใน ebay ด้วยชื่อ iPhone 3GS Charging Dock Port Antenna Speaker Assembly) ซึ่งตัว dock port นี้ คู่มือจาก iFixit ก็มีอยู่ ความยากในระดับปานกลางถึงสูง
- ราคาจาก ebay ถูกที่สุดแล้ว เบ็ดเสร็จ 300 บาท !
ประสบการณ์ที่อยากจะบันทึกไว้
- มันยากกว่าที่คิด เพราะ battery และ dock port อยู่ด้านในสุดเลย แปลว่าเราต้องแกะเครื่องจนเกือบหมด คนที่ไม่เคยแกะอะไรเล่นอาจจะลำบากมาก
- ยังดีที่การถอด-ประกอบมีแค่การขันน๊อต ใส่สายให้ลงล็อก ไม่ต้องมีการบัดกรี (solder) ไม่งั้นคงทำเองไม่ได้
- การถอดประกอบควรอ่านคู่มือก่อน 1-2 รอบ จนพอเห็นภาพในหัวแล้วค่อยลงมือ
- แต่ละขั้นตอนให้ดูและทำตามคู่มืออย่างเคร่งครัด ทำให้ครบ ทำตามลำดับ อ่านข้อควรระวังทุกข้อและปฏิบัติตาม
- แนะนำอย่างมากให้ใช้ suction cup มากกว่าใช้อุปกรณ์แงะฝาที่แถมมากับแบตเตอรี่ที่ซื้อ เพราะจะทำงานได้ง่ายและเร็วกกว่ามากๆ (suction cup หาเอาจากอุปกรณ์รอบๆตัวได้)
- น๊อตมีเยอะ และตัวเล็กมาก ควรหาถาดหรือถ้วยใส่ให้เป็นระเบียบ
- การถอดสายแพ ง่ายกว่าการใส่มาก เพราะสายมันเล็กมากแถมอยู่ในลักษณะ "กดให้ลงล็อก" เยอะมาก ซึ่งเราจะมองยากว่ามันตรงล็อกหรือยังตอนจะประกอบกลับ
- battery จะติดกับฝาหลังโดยใช้กาวสองหน้าซึ่งเหนียวมากๆ เสียเวลาแกะไปเยอะเหมือนกัน
- dock ใหม่มาพร้อมสายแพใหม่ ซึ่งจะแข็งๆ ไม่โค้งไปตามมุมเท่าไร ต้องค่อยๆงอและจับไปเรื่อยๆ (อย่างใจเย็น)
- หลังประกอบเสร็จ ถ้าระบบ touch screen ทำงานไม่ดี ให้เช็คสายแพ 3 สาย (เบอร์ 1,2,3) ว่าลงล็อก และแน่นดีไหม แต่ถ้าระบบบสัญญาญไม่ดีหรือขึ้นว่า "no sim card" ให้เช็คสายแพที่เกี่ยวกับ dock
- ใช้เวลาไป 1.5 ชั่วโมงในการเปลี่ยนทั้งหมด 2 ชิ้น
- เปลี่ยนเสร็จแล้วใช้งานได้เป็นปกติดี แต่ต้อง sync เวลา และ rebuild gallery รูปภาพใหม่
- ไว้จะมารีวิวประสิทธิภาพแบตเตอรี่่อีกครั้งหลังจากใช้ได้สักพัก
update 1: battery ก้อนแรกที่สั่งมาใช้ไม่ได้ เพราะใส่ไปแล้วชาร์จไฟไม่เข้า คนขายเลยคืนเงินให้
update 2: ลองเปลี่ยนเจ้า สั่งมาใหม่อีกก้อนราคา $4.99 (ประมาณ 150 บาท, แพงกว่าเดิมนิดหน่อย) ใส่แล้วชาร์จได้ ทดสอบการใช้งานตามปกติมาเกือบอาทิตย์แล้ว พบว่าประสิทธิภาพไม่ค่อยดีนัก คือ แบตหมดเร็วกว่าที่คิดมากเมื่อเทียบกับก้อนของแท้ที่ติดมาสมัยตอนยังใหม่ (ชาร์ไฟไว้เต็ม 100% ทิ้งไว้เฉยๆตอนนอนประมาณ 7 ชม. โดยปิด internet ตื่นมาแบตเหลือประมาณ 70%) แต่ก็ดีกว่าก่อนของแท้ที่เสื่อมสภาพไปแล้ว เลยคิดว่าจะใช้ก้อนนี้ไปก่อนสักพัก แล้วหาข้อมูลเพิ่มไปเรื่อย ถ้ามีอะไรที่ดีกว่าก็จะเปลี่ยน
ใช้ iphone กับ macbook มาพักใหญ่ เพิ่งจะนึกได้ว่าไม่เคย backup รูปที่ถ่ายด้วย iphone เอาไว้เลย - -''
(ซึ่งไม่ควรอะนะ เพราะรูปอาจจะหายได้เมื่อโทรศัพท์มีปัญหา เนื่องจากเรายังไม่มี iCloud ของท่านศาสดา ฮาาา)
วันนี้นึกจะทำเลยสงสัยว่ามันมีวิธีที่ง่ายๆไหม (ใช้ของ apple ทั้งหมด มันต้องมีวิธีง่ายๆสิ! - สาวก)
เริ่มเลยดีกว่า .. เปิดโปรแกรม Image Capture ขึ้นมาเลย (Mac OXS 10.5 ขึ้นไป)

ขั้นตอนการเอารูปจาก iphone ลง Mac ของเรา ก็มีแค่ step ง่ายๆ 1-2-3 ตามนี้
1) "Devices" ทางซ้ายมือ เลือก iphone ของเรา
2) "Import to" เลือก folder ที่เราจะให้ image capture โหลดรูปจาก iphone ลงไปเก็บ
3) เลือกรูป แล้วกด import (หรือจะให้มันโหลดทั้งหมดก็กด import all ไปเลยก็ได้)
source : http://www.askdavetaylor.com/get_download_photos_apple_iphone_mac.html
เมื่อคืนวานนี้วันที่ 6 มิถุนายนตามเวลาประเทศไทย Apple ได้ประกาศเปิดตัว iOS เวอร์ชั่นใหม่ คือ iOS 5 ในงานแถลงข่าวในงาน WWDC 2011 (The Apple Worldwide Developers Conference 2011) โดยอุปกรณ์ที่สามารถ upgrade มาใช้ iOS5 ได้มีดังนี้ iPhone 3GS, iPhone 4, iPad, iPad2 และ iPod touch
โดยสรุป
- notification center : รวม notification จากทุก application มาไว้ที่หน้าเดียว
- iMessage : คล้าย BBM (Blackberry Messenger) คือ เป็นระบบส่ง message ระหว่างอุปกรณ์ iOS ด้วยกัน (ตรงนี้คิดว่าคงยังตี whatsapp ไม่แตก เพราะไม่ cross platform ไปยัง Andriod, Blackberry แบบที่ whatsapp ทำได้)
- iCloud : สมาชิก iTune จะได้รับพื้นที่ฟรี 5 GB บนระบบ online storage ของ Apple สำหรับสำรองข้อมูลจากอุปกรณ์ iOS เช่น ถ่ายรูปปุ๊บก็แบ๊กอัพไว้ทันที หรือกรณีพวก contact ก็ด้วย? (มี google sync แข่งอยู่แล้วนิ) เครื่องพังเครื่องหายก็จะยังมีข้อมูลสำรองไว้อยู่ (ถ้าอยากได้พื้นที่มากกว่านี้ต้องเสียตัง เท่าไรหว่า)
- multi-tab ใน Safari
- เดี๋ยวไว้มาต่อคืนนี้ ...
ที่มา - www.apple.com/ios/ios5/
หลายครั้งที่ระบบสะกดคำภาษาไทยบนไอโฟนมักจะแก้คำถูกเป็นผิด - -"
พอเข้าใจได้ว่าบางคำี่เป็นภาษาพูด ภาษาวิบัติซึ่งไม่มีในพจนานุกรม แต่การพิมพ์คุยบางครั้งมันจำเป็นต้องใช้คำพวกนั้นเพื่อใส่อารมณ์ลงไปในตัวหนังสือ
เพื่อไม่ให้มันแข็งจนเกินไปจนเกิดความเข้าใจผิด หรือทำให้ไม่รู้ว่าคนพูดอารมณ์ไหนอยู่
นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ีบางคำที่มันน่าจะมีในพจนานุกรมมันยังดันจะแก้เป็นอีกคำ ! (ไม่บ่อยนัก แต่มี)
ซึ่งพอมันมาแก้ให้ก็เป็นที่น่ารำคาญ และเสียเวลาอย่างยิ่งที่ต้องไปแก้กลับเอง (เจอมากับตัวเอง, สังเกตจากเพื่อนหลายคนก็เป็น)
วิธีแก้ที่ง่ายและได้ผลดีคือ ปิดมันซะ ปิดดดดดด !
วิธีปิดระบบสะกดคำบนไอโฟน
Settings -> General -> Keyboard -> Auto-Correction = OFF
ชีวิตมีความสุขขึ้นเยอะ ;)
Recent comments
1 week 6 days ago
6 weeks 5 days ago
6 weeks 5 days ago
6 weeks 6 days ago
8 weeks 3 days ago
8 weeks 4 days ago
8 weeks 6 days ago
9 weeks 12 hours ago
11 weeks 5 days ago
18 weeks 3 days ago